รักษาโรคเก๊าท์:ปฏิบัติตัวไม่ให้โรคเกาต์กำเริบ

ผู้ป่วยมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยให้ผลการรักษาโรคเกาต์เป็นไปด้วยดี โดยผู้ป่วยสามารถมีส่วนช่วยได้ดังนี้
– สอบถาม และทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเกาต์ และวิธีการปฏิบัติตัวจากแพทย์ เพื่อการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง
– รับประทานยาตามคำแนะนำอย่างสม่ำเสมอ หากมีอาการผิดปกติ หรือมีผลข้างเคียงจากการรับประทานยาให้รีบปรึกษาแพทย์
– ไม่ควรหยุดยา ปรับขนาดยา หรือซื้อยารับประทานเอง เพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อการแพ้ยาแล้ว ยังอาจจะทำให้ควบคุมโรคได้ไม่ดี โรคอาจกำเริบได้
– ติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอตามที่แพทย์นัด แพทย์จำเป็นต้องตรวจเลือดเพื่อดูระดับกรดยูริก และหน้าที่การทำงานของตับและไตเป็นระยะๆ รวมทั้งอาจต้องปรับเปลี่ยนยา หรือขนาดของยาตามความเหมาะสม
– ในกรณีที่เจ็บป่วยด้วยเรื่องอื่นหรือไปพบแพทย์ ควรนำยาที่รับประทานอยู่ไปให้แพทย์ดูด้วยทุกครั้ง
– รับประทานอาหารให้ถูกส่วน ครบหมู่ และเหมาะสม รวมทั้งดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 3,000 มิลลิลิตร
– หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เช่น สุรา เบียร์
– ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต่อข้อที่รุนแรง
– หลีกเลี่ยงการบีบ นวด ถู บริเวณข้อ เนื่องจากสามารถกระตุ้นให้ข้ออักเสบกำเริบได้
– ไม่ควรเริ่มรับประทานยาลดกรดยูริกเมื่อมีข้ออักเสบกำเริบอยู่ (ในรายที่ยังไม่ได้รับประทานยาลดกรดยูริก) และไม่ควรหยุดรับประทานยาลดกรดยูริกเมื่อมีข้ออักเสบกำเริบ (ในรายที่กำลังรับประทานยาลดกรดยูริกอยู่) เนื่องจากการกระทำทั้ง 2 อย่างจะทำให้มีการแกว่งของระดับกรดยูริกในเลือด ซึ่งจะกระตุ้นให้ข้ออักเสบกำเริบเป็นรุนแรงขึ้นหรือนานขึ้น

วิธีการรับจัดสวนหินแบบง่ายๆ

แต่งสวนด้วยหินหรือที่เรานิยมเรียกกันว่า จัดสวนหิน นั่นเอง อ่านจากชื่อแล้วคงไม่ต้องบอกว่าพระเอกของงานนี้คืออะไร แน่นอนก็ต้องเป็นหินชนิดต่างๆ ที่เรานิยมเอามาประดับตกแต่งสวนหน้าบ้านของเรา ให้ดูสวยงาม สร้างสีสันให้ดูใกล้เคียงธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

เลือกหินที่จะเอามาแต่งสวนนั้นก็จะมีหลายชนิด เช่น หินกรวด, หินฟองน้ำ, หินปูน, หินกาบ, หินชั้น โดยหินแต่ละแบบก็จะมีรูปทรง ขนาด และสีสันที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับแบบและความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละคนว่าต้องการตกแต่งแบบไหน
วางแผนก่อนว่าจะจัดสวนให้ออกมาเป็น แบบไหน โดยร่างออกมาเป็นแบบคร่าวๆก่อนว่าจะวางเป็นรูปแบบไหน ทางเดินอยู่ตรงไหน จะวางหินแบบไหนอย่างไร จะสลับสีหรือเปล่า โดยเขียนออกมาเป็นแบบคร่าวๆ ก่อนก็ได้

เมื่อรู้แล้วว่าเราจะต้องจัดสวนหินตรงไหน ขนาดพื้นที่เท่าไร ก็เริ่มปรับพิ้นที่ด้วยทรายกันก่อน โดยปรับให้มีความลาดเอียงสักเล็กน้อย และปรับให้เรียบไม่เป็นแอ่งๆ เพราะจะทำให้น้ำขังได้เวลาที่ฝนตก
เมื่อปรับพิ้นทรายเสร็จก็ให้รดน้ำเล็กน้อยให้พอชุ่ม

วางแผ่นกั้นหินด้านข้างของตัวสวน เพื่อกำหนดอาณาเขตของสวนหินที่ชัดเจนของเรา ก็อยู่ที่ว่าเราเลือกที่กั้นแบบไหน
จากนั้นนำแผ่นพลาสติกที่เตรียมไว้ มารองพื้นเพื่อแยกส่วนของทรายและหินออกจาก กัน หินจะได้ไม่จมลงไป และอย่าลืมว่าพลาสติกที่ใช้ต้องเป็นแบบมีรู เพื่อระบายน้ำ

วางแผ่นหินหรือแผ่นไม้ทางเดินที่เตรียมไว้ วางระยะห่างให้พอเหมาะตามระยะก้าวของเราก็ได้ วางตามแบบที่ร่างเอาไว้
โรยหินที่เตรียมไว้ลงไปตามจุดต่างๆ ความหนาก็แล้วแต่ความชอบและงบประมาณ จะโรยหนาประมาณ 2 นิ้วก็ OK แล้ว

ขั้นตอนการจัดสวนหิน จัดเองก็อาจจะเหนื่อยหน่อยนะคะ ขั้นตอนที่เหนื่อยสุดก็คงเป็นตอนแบกหินไปเทนี่แหละ การจัดสวนหินทำจริงๆ 2 วันก็น่าจะเสร็จ ซื้อของ 1 วัน จัดสวนอีก 1 วัน ถ้าเพื่อนๆ คนไหนชอบก็ลองนำตัวอย่างไปจัดกันดูนะคะ

สาเหตุของใต้ตาคล้ำ พร้อมวิธีรักษา

สาเหตุของใต้ตาคล้ำ พร้อมวิธีรักษามีดังต่อไปนี้ค่ะ

1. ใต้ตาคล้ำจากโรคภูมิแพ้ เกิดจากระบบการไหลเวียนเลือดติดขัด เนื่องจากบริเวณตาและ จมูกบวม ซึ่งโดยปกติแล้วทิศทางการไหลเวียนของเลือดจะไหลเวียนจากตา ลงมาที่หัวตา และ จมูก เมื่อจมูกบวม ก็จะปิดกั้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้เลือดคั่งอยู่บริเวณผิวหนังใต้ตา ทำให้ตาดำ ซึ่งในกรณีนี้ ก็ต้องดูที่ต้นเหตุ ว่าทำอย่างไร จมูกจึงจะไม่บวม นั่นก็คือ ต้องรักษาโรคภูมิแพ้ให้หาย หรือ ให้ดีขึ้นก่อน อย่างน้อยๆ คือ ต้องไม่มีอาการ ตราบใดที่ผู้ป่วยด้วยโรคภูมิแพ้ยังคงมีน้ำมูก จาม ฮึดฮัดอยู่ตลอดในทุกเช้า อาการตาดำก็จะยังไม่ดีขึ้น ซึ่งวิธีการรักษา นั่นก็คือ ต้องกินยาให้สม่ำเสมอ พ่นจมูกทุกครั้งเมื่อมีอาการ นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้มักจะมีอาการ คัน ระคายเคืองที่ตา ทำให้ต้องขยี้ตาเป็นประจำ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ตาดำ

2.ตาโหล ใต้ตาดำ จากการพักผ่อนน้อย วิธีนี้แก้ได้ง่ายๆ ด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งคนที่พักผ่อนน้อยก็จะมีปัญหาเรื่องตาบวมตามมา ซึ่งต้องงดกินเค็ม งดโซเดียม งดผงชูรส อย่าง การบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมถุง มันฝรั่งทอดกรอบ อาหารกระป๋อง ยิ่งบริโภคก่อนนอนจะยิ่งทำให้ตาบวมมากขึ้น

3.สาเหตุจาก วัย เมื่อย่างเข้าสู่วัย 30 Baby Fat ซึ่งอยู่ในตำแหน่งหน้าแก้ม และ บริเวณใต้ตา จะเริ่มหายไป ทำให้เกิดร่องลึก เมื่อเจอแสงและเงาส่องก็จะยิ่งเห็นชัดเจนว่า ตาโหล ตาดำ หรือ บางคนมีไขมันใต้ตาเยอะกว่า ส่วนไขมันที่แก้มหายไป ทำให้ดูเหมือนตาปูด มีถุงใต้ตาตั้งแต่อายุน้อยๆ ในกรณีนี้จะแก้ไขได้ด้วยการฉีดฟิลเลอร์โดยจะเห็นผลลัพธ์ทันทีหลังฉีด ตาดำจางลงอย่างชัดเจน

4. ลักษณะทางพันธุกรรมก็เป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุตาโหล ตาดำ ลักษณะโครงหน้าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน อย่างเช่น พันธุกรรมที่พบบ่อย คือ คนที่มีโครงหน้าแขก เนื่องจาก โครงสร้างของกะโหลกจะมีเบ้าตาลึกแบบชาวตะวันตก ทำให้เมื่อแสงแดดส่องก็จะตกกระทบเป็นเงา ซึ่งแก้ได้ด้วยวิธีฉีดฟิลเลอร์ช่วย

การรักษาที่ตรงจุด ด้วยการหาสาเหตุ และมีวิธีรักษาอาการตาโหล ใต้ตาคล้ำ อย่างถูกต้อง โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ย่อมช่วยให้ได้ผลลัพธ์ สวยปิ๊งแบบหายห่วง เบาใจ ไม่ต้องโบ๊ะ ก็มั่นใจ และปลอดภัยกว่า การทดลองหาวิธีสวยทางลัด ซึ่งอาจจะได้ผลลัพธ์แบบได้ไม่คุ้มเสียก็เป็นได้น๊า

การเดินทางภายในทัวร์ญี่ปุ่น ฮอกไกโดระหว่างเมืองต่างๆ

การเดินทางภายในฮอกไกโด การเดินทางภายในทัวร์ญี่ปุ่น ฮอกไกโดระหว่างเมืองต่างๆ ถือว่าสะดวกสบายมาก เพราะมีสนามบินหลายแห่งในเมืองต่างๆ สำหรับการเดินทางภายในแต่ละเมืองก็มีบริการรถโดยสารประจำทาง รถไฟใต้ดิน รถไฟบนดินที่สะดวกสบาย นอกจากนั้นก็ยังมีบริการเรือเฟอร์รี่ชมวิวหรือข้ามเมืองในเขตเมืองที่ติดทะเลอีกด้วย ส่วนการเช่ารถขับก็ถือว่าสะดวกมากเพราะสามารถขับรถไปเที่ยวยังเมืองต่างๆ ได้ไม่ยาก

โรงแรมที่พักในทัวร์ญี่ปุ่น ฮอกไกโด โรงแรมที่พักในเมืองต่างๆ ของฮอกไกโดมีให้เลือกหลายแบบตามแต่งบประมาณ สำหรับการท่องเที่ยวในเมืองใหญ่ก็มีตัวเลือกทั้งโรงแรมแบบประหยัด เกสต์เฮ้าส์ จนไปถึงโรงแรม 5 ดาว ส่วนในเมืองท่องเที่ยวรอบนอกนั้น ก็จะมีบริการทั้งที่พักแบบโรงแรมตั้งแต่ 1-5 ดาว โรงแรมพื้นบ้าน รีสอร์ทสปา-ออนเซ็น สกีรีสอร์ท และเกสต์เฮ้าส์

การออกแบบโลโก้จะถือเป็นสัญลักษณ์ทางธุรกิจ

การดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจสำหรับบริษัทที่เพิ่งเปิดใหม่มักมีปัจจัยให้เจ้าของธุรกิจคิดพิจารณาอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นชื่อบริษัท ลักษณะอาคารสถานที่ หรือทำเลที่ตั้งของอาคารว่ามีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด มีที่จอดรถเพียงพอหรือไม่ รวมถึงราคาค่าเช่าสถานที่ แต่ทั้งนี้สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่เราจะลืมเสียไม่ได้เลยก็คือ “ตราสินค้า” หรือที่เรียกกันติดปากว่า “โลโก้ของบริษัท” นั่นเอง

โลโก้เป็นส่วนสำคัญมากเพราะเป็นหน้าเป็นตาของบริษัทนั่นเอง โลโก้คือสิ่งแรกที่ผู้บริโภคจะมองและจะอยู่คู่กับธุรกิไปโดยตลอด และนอกจากโลโก้จะถือเป็นสัญลักษณ์ทางธุรกิจ เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถจดจำธุรกิจของเราได้แล้ว โลโก้ยังนำมาซึ่งการคุ้มครองทางกฎหมายซึ่งถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ผู้ใดจะมาละเมิดมิได้อีกด้วย

จะเห็นได้ว่าโลโก้นั้นมีความสำคัญมากต่อธุรกิจ และเป้าหมายจุดสูงสุดของโลโก้จึงอยู่ที่ผู้บริโภคสามารถจดจำโลโก้นั้นๆ ได้ องค์ประกอบต่างๆ ที่อยู่ในโลโก้จึงถือเป็นสิ่งสำคัญ และผู้ประกอบการควรที่จะทำความเข้าใจองค์ประกอบต่างๆให้ถี่ถ้วนและชัดเจนเสียก่อนเพื่อเลือกใช้ให้ถูกต้อง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.cozidea.net/logodesign

ปิเปตต์อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ( Pipette )

เป็นอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ที่ใช้ในการวัดปริมาตรได้อย่างใกล้เคียง มีอยู่หลายชนิด แต่โดยทั่วไปที่มีใช้อยู่ในห้องปฏิบัติการ
มีอยู่ 2 แบบ คือ Volumetric pipette หรือ Transfer pipette และ Measuring pipette Transfer pipette ซึ่งใช้ในการวัดปริมาตรได้เพียงค่าเดียว คือ ถ้าหาก Transfer pipette บรรจุ 25 มิลลิลิตร ก็จะวัดปริมาตรของของเหลวได้เฉพาะ 25 มิลลิลิตรเท่านั้น Transfer pipette มีหลายขนาดตั้งแต่ 1 – 100 มิลลิลิตร ถึงแม้ปิเปตต์ชนิดนี้จะใช้วัดปริมาตรได้อย่างใกล้เคียงความจริงก็ตาม แต่ก็ยังมีข้อผิดพลาดซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดของปิเปตต์ เช่น
Transfer pipette ขนาด 10 มิลลิลิตร มีความผิดพลาด 0.2%
Transfer pipette ขนาด 30 มิลลิลิตร มีความผิดพลาด 0.1%
Transfer pipette ขนาด 50 มิลลิลิตร มีความผิดพลาด 0.1%
Transfer pipette ใช้สำหรับส่งผ่านของสารละลาย ที่มีปริมาตรตามขนาดของปิเปตต์ เมื่อปล่อยสารละลาย
ออกจากปิเปตต์แล้ว ห้ามเป่าสารละลายที่ตกค้างอยู่ที่ปลายของปิเปตต์ แต่ควรแตะปลายปิเปตต์กับข้างภาชนะเหนือระดับสารละลายภายในภาชนะนั้นประมาณ 30 วินาที เพื่อให้สารละลายที่อยู่ข้างในปิเปตต์ไหลออกมาอีก ปิเปตต์ชนิดนี้ใช้ได้ง่ายและเร็วกว่าบิวเรตต์
Measuring pipette หรือ Graduated pipette (บางทีเรียกว่า Mohr pipette) จะมีขีดบอกปริมาตรต่างๆ ไว้
ทำให้สามารถใช้ได้อย่างกว้างขวาง คือสามารถใช้แทน Transfer pipette ได้ แต่ใช้วัดปริมาตรได้แน่นอนน้อยกว่า Transfer pipette และมีความผิดพลาดมากกว่า เช่น
Measuring pipette ขนาด 10 มิลลิลิตร มีความผิดพลาด 0.3%
Measuring pipette ขนาด 30 มิลลิลิตร มีความผิดพลาด 0.3%

การเลือกหัวข้อสำหรับทำ infographic

การเลือกหัวข้อสำหรับทำ infographic เป็นเรื่องอันดับแรก มีหัวข้อบางประเภทมีโอกาสดังสูงเมื่อคุณนำมาทำเป็น infographic
เลือกสไตล์ก่อน

เลือกสไตล์ของ infographic ที่คุณอยากสร้างสรรค์ก่อนแล้วค่อยนำเนื้อหาที่เข้ากันมาเทียบ

– เน้นวิวัฒนาการของสิ่งต่างๆ (เช่น เทคโนโลยี ปรัชญา หรือชีววิทยา) =Timeline infographics

– เน้นขั้นตอน แนะนำการใช้งานและความสำเร็จ =instructional infographic

– การเปรียบเทียบสองสิ่ง (เช่น เจ้าของธุรกิจ VS พนักงาน) =Comparison infographics

– ฯลฯ

หากคุณมีไอเดียว่า infographic มีแบบไหนบ้าง เราจะสามารถเลือกเนื้อหามาใส่ได้อย่างถูกต้อง
หัวข้อในกระแส

หาหัวข้อที่อยู่ในกระแสเป็นเรื่องที่พูดง่ายแต่ทำยาก ง่ายๆ ในสเต็ปแรก ลองเปิดเว็บบอร์ดและเว็บข่าวต่างๆ หรืออาจดูสถิติใน Google Trends ประกอบได้
คอนเทนต์เก่าเล่าใหม่

ลองหาโพสต์เก่าๆ พรีเซนเตชั่น หรือสรุปงานสัมมนาที่เข้าใจยากมาย่อยให้เป็น infographic ง่ายๆ หากคุณขุดค้นไปจะพบว่ามีงานมากมายที่ใช้พลังงานและเวลามากมายในการสร้างสรรค์แต่กลับไม่มีวิธีนำเสนอที่ดี ข้อความเหล่านั้นจึงส่งไปไม่ถึงไหน ลองสำรวจข้อมูลของลูกค้า หรืออุตสาหกรรมที่พวกเขาน่าจะสนใจแล้วค่อยนำเสนอ
เปลี่ยนมุมมอง

ลองหาดูก่อนว่ามี infographic ที่ใกล้เคียงแบบที่เราเคยทำไปแล้วไหม หากมีแล้วไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้แต่เราต้องพัฒนาต่อยอดความคิดนั้นให้มากขึ้นไปอีก เช่น หากเคยมีคนเสนอประโยชน์ของครีมบำรุงผิว infographic ของเราอาจเป็นการเปรียบเทียบครีมบำรุงผิวกับผลิตภัณฑ์แบบอื่นๆ ที่ทำงานใกล้เคียงกัน หากเราพบ infographic ที่มีลักษณะใกล้กับของเราก็อุ่นใจได้ว่าอย่างน้อยน่าจะมีสนใจหัวข้อที่เรานำเสนอ

ควรเลือกเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญแบบไหน

ปัจจุบันนี้เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญแทบจะเรียกได้ว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าพื้นฐานในบ้านไปแล้ว การเลือกซื้อเครื่องซักผ้าจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยผู้ซื้อควรเลือกให้ตรงกับการใช้งานและงบประมาณที่มีอย่างเหมาะสม ซึ่งเราได้แนะนำข้อสังเกตที่สำคัญๆ ให้ผู้ที่กำลังเลือกซื้อเครื่องซักผ้าใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเบื้องต้น ดังนี้

ควรเลือกเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญแบบ ‘ถังคู่’ หรือ ‘ฝาบน’ หรือ ‘ฝาหน้า’

เครื่องซักผ้าที่มีขายตามท้องตลาดอาจแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 2 ประเภท คือ1) เครื่องซักผ้าแบบถังคู่หรือที่เรียกกันว่า ‘แบบกึ่งอัตโนมัติ’ เครื่องซักผ้าประเภทนี้จะมี 2 ถัง คือ 1.ถังซัก และ 2.ถังปั่นแห้ง ซึ่งจะมีฝาถึงอยู่ด้านลน มีข้อเสียสำคัญคือผู้ใช้จะต้องย้ายผ้าเปลี่ยนถัง ซึ่งไม่ค่อยสะดวกนัก แต่มีข้อดีคือราคาถูกที่สุดในบรรดาเครื่องซักผ้าทุกประเภท โดยมีราคาประมาณ 4,000 – 8,000 บาทเท่านั้น

2) เครื่องซักผ้าแบบถังเดี่ยวหรือ ‘แบบอัตโนมัติ’ เป็นเครื่องที่ซักผ้าและปั่นหมาดจนเสร็จพร้อมตากได้เลย ซึ่งสามารถแบ่งย่อยเป็น 2 ประเภท คือ

1.แบบฝาบนหรือแบบ ‘ถังซักแนวตั้ง’ ซึ่งมีราคาตั้งแต่ 7,000 – 10,000 บาท มีข้อดีคือราคาถูก ซักผ้าเร็ว ขนาดไม่ใหญ่มาก น้ำหนักไม่มาก และตัวถึงมักทำจาก ‘เรซิ่น’ จึงทนทานและไม่เป็นสนิม แต่มีข้อเสียคือเสื้อผ้าอาจช้ำหรือเสียหายเร็ว และอาจซักไม่ค่อยสะอาด เนื่องจากผ้าพันกันระหว่างการซัก

2.เครื่องซักผ้าฝาหน้า หรือ ‘ถังซักแนวนอน’ เป็นเครื่องซักผ้าที่ราคาแพงที่สุดคือประมาณ 15,000 บาทขึ้นไป ถังซักจะหมุนในแนวนอนทำให้ซักผ้าได้สะอาด ถนอมผ้า และไม่พันกัน แต่มีข้อเสียคือเปลืองไฟฟ้าและน้ำ ใช้เวลาซักนาน ตัวเครื่องใหญ่และหนัก

แม่พิมพ์ฉีดพลาสติกที่ใช้สำหรับขึ้นรูปชิ้นงาน

ในปัจจุบันการตกแต่งผิวชิ้นงานพลาสติกโดยส่วนใหญ่จะทำขึ้นภายหลังจากได้ชิ้นงานพลาสติกออก มาแล้ว เช่น hot stamping, plating หรือ printing ซึ่งทำให้ระยะเวลาในการผลิตชิ้นงานเพิ่มขึ้น อีกทั้งลวดลายที่ได้ก็มีโอกาสที่จะหลุดลอกเมื่อเวลาผ่านไป ดังนั้นกระบวนการ in-mold decoration จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการตกแต่งผิวชิ้นงานพลาสติก ที่สามารถทำได้ในขั้นตอนการผลิต โดยพอลิเมอร์หลอมเหลวจะถูกฉีดเข้าไปในโพรงแบบของแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก ภายหลังจากที่แผ่นฟิล์มลวดลายได้ถูกน าเข้าไปติดที่ผนังด้านในของโพรงแบบ ทำให้ชิ้นงานพลาสติกและแผ่นฟิล์มลวดลายยึดติดเป็นเนื้อเดียวกัน ผิวของชิ้นงานที่ได้มีความสวยงามอีกทั้งลวดลายที่ตกแต่งไว้ก็มีความคงทน ไม่หลุดลอกจากผิวชิ้นงานพลาสติก โดยส่วนใหญ่การตกแต่งผิวชิ้นงานด้วยกระบวนการ in-mold labeling (IML) จะใช้กับการตกแต่งชิ้นส่วนภายในรถยนต์ ตกแต่งกรอบมือถือ ตกแต่งลวดลายของเล่น หรือแสดงยี่ห้อสินค้าบนบรรจุภัณฑ์ต่างๆ เช่น ขวดแชมพู กล่องไอศครีม เป็นต้นอย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายสำหรับการตกแต่งผิวชิ้นงานด้วยกระบวนการ in-mold labeling ยังค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีอื่นๆ เนื่องจากแม่พิมพ์รับฉีดพลาสติกที่ใช้สำหรับขึ้นรูปชิ้นงานต้องถูกออกแบบมาเฉพาะสำหรับกระบวนการตกแต่งผิวชิ้นงานแบบ in-mold labeling และต้องมีการเชื่อมต่อเข้ากับระบบสุญญากาศหรือใช้งานร่วมกับอุปกรณ์กำเนิดกระแสไฟฟ้าสถิตย์ เพื่อทำให้แผ่นฟิล์มลวดลายสามารถยึดติดกับผนังแม่พิมพ์ด้านในในตำแหน่งที่ต้องการได้ อีกทั้งในการน าแผ่นฟิล์มลวดลายเข้าไปติดที่ผนังด้านในของแม่พิมพ์ยังต้องอาศัยอุปกรณ์เสริมที่ทำงานแบบอัตโนมัติเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตอีกด้วย ซึ่งอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับกระบวนการ in-mold labeling ที่กล่าวมาแล้วนั้นมีราคาค่อนข้างสูง และต้องนำเข้าจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ไม่คุ้มกับการลงทุนสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก ดังนั้นผู้วิจัยจึงมีแนวคิดที่จะออกแบบและสร้างแม่พิมพ์ฉีดพลาสติกสำหรับกระบวนการ IML เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ประกอบการที่สนใจและช่วยลดการนำเข้าจากต่างประเทศ นอกจากนี้ในอนาคตจะนำแม่พิมพ์ที่ได้ออกแบบไว้ไปทำการศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยต่างๆที่มีอิทธิพลต่อกระบวนการ IML เพื่อช่วยในการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตรวมถึงการออกแบบและสร้างชุดอุปกรณ์เสริมที่จำเป็นสำหรับกระบวนการ IMLอีกด้วย

วิธีการดูแลรักษาแม่พิมพ์วุ้น หลังจากการใช้งาน

วิธีการดูแลรักษา หลังจากการใช้งาน

– เมื่อซื้อ แม่พิมพ์วุ้น พิมพ์สบู่ พิมพ์ซิลิโคน มาใหม่ ๆ ครั้งแรกให้นำมาล้างด้วยน้ำสบู่แล้ว นำ แม่พิมพ์ตากให้แห้ง

– การใช้ แม่พิมพ์วุ้น พิมพ์สบู่ พิมพ์ซิลิโคน ครั้งแรก ควรทาด้านในของ แม่พิมพ์ ด้วยน้ำมัน หรือเนยเล็กน้อย เพื่อความสะดวกในการแกะขนม วุ้น ขนมชั้น ซึ่งหลังจากนั้นการทาน้ำมันหรือเนย และนำมาใช้ในครั้งแรกแล้ว ครั้งต่อ ๆ ไปไม่จำเป็นต้องทาอีก

– อุปกรณ์เบเกอรี่ที่เหมาะสมกับแม่พิมพ์ซิลิโคน คือ อุปกรณ์ที่ทำจากไม้ พลาสติก หรือเทฟลอน ไม่ควรใช้อุปกรณ์เบเกอรี่ ที่มีความคมในการกลับขนม แคะวุ้น ขนมชั้น สบู่ ออกจากแม่พิมพ์ซิลิโคน

-การใช้แม่พิมพ์วุ้น พิมพ์สบู่ พิมพ์ซิลิโคน ในเตาอบประเภท Convection ven ให้วางพิมพ์ซิลิโคน บนตะแกรงชั้นกลางของเตาอบ แต่ถ้าเป็นเตาอบแบบ Traditional oven ให้วางพิมพ์ซิลิโคนบนตะแกรงที่อยู่ชั้นล่างสุด

-ไม่ควรตั้งอุณหภูมิเตาอบเกินกว่า 260 องศาเซลเซียส ( 525 องศาฟาเรนไฮต์ ) เพราะ แม่พิมพ์ซิลิโคนจะละลายได้ (แม่พิมพ์ซิลิโคน สามารถใช้ได้ดีในอุณหภูมิ -40 ถึง 230 องศาเซลเซียส )

-ไม่ควรนำ แม่พิมพ์วุ้น พิมพ์สบู่ พิมพ์ซิลิโคน ไปใช้ในการ ปิ้ง ย่าง หรือสัมผัสเปลวไฟโดยตรง เพราะละลายได้

วิธีการทำความสะอาด แม่พิมพ์ซิลิโคน

-วิธีการทำความสะอาด แม่ซิลิโคน เมื่อใช้งานเสร็จแล้วควรล้างด้วยน้ำอุ่น ใช้ฟองน้ำเช็ดทำความสะอาดเบา ๆอย่าใช้แปรงขัดถูแรง ๆ โดยหลังจากล้างแล้ว ก่อนจะใส่ขนมควรเช็ดแม่พิมพ์ให้แห้ง หรือใช้ไดร์เป่าผมความร้อนต่ำ ๆ เป่าให้แห้งก่อน หรือนำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 150 C ประมาณ 2-3 นาทีเพื่อให้พิมพ์แห้งสนิทก่อน แล้วจึงนำมาใช้ในโอกาสต่อไป