การบริการที่มีให้กับลูกค้ามีอะไรบ้าง?

ปัจจุบันลูกค้าของเราส่วนใหญ่มาจากแบรนด์โดยตรง ซึ่งมีอยู่ถึง 90% และเป็นเอเจนซี่ 10% และลูกค้าที่เข้ามาก็มีความต้องการที่หลากหลาย โดยเราจะแบ่งประเภทการบริการของเราเป็นไปตามความต้องการของลูกค้า ดังนี้

1.ลูกค้ากลุ่มที่ต้องการ Awareness เช่น ต้องการนำเสนอโปรโมชั่นต่างๆ ลดแลกแจกแถม และมีสิทธิพิเศษต่างๆ ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้ต้องการให้เห็นโปรโมชั่นไวๆ เพราะถ้าเป็นแบนเนอร์ตามเว็บทั่วไปกว่าคนจะเห็นก็ต้องใช้เวลา แต่ถ้าลูกค้ามาลงกับเรา user เราที่มีมากกว่า 2 ล้านคนก็จะเห็นทันทีเลย ซึ่งได้ประโยชน์ทั้งแบรนด์และก็ user เอง นอกจากนี้ เรายังสามารถจับ target คนเห็นโฆษณาได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดเลือกเพศ อายุ จังหวัดเครือข่ายมือถือ เวอร์ชั่นของระบบปฏิบัติการโทรศัพท์มือถือ วันและเวลา รวมถึงความสนใจซึ่งแบ่งได้ถึง12 ประเภท เป็นต้น

2.ต้องการยอดวิว ในการชมวิดีโอ เช่น ลงบนYoutubeเราก็สามารถสไลด์แล้วคลิกได้เลย ซึ่งจะทำให้คนเห็นโฆษณาแล้วดูตั้งแต่ต้นจนจบ

3.Chart Boosting เป็นลูกค้ากลุ่มแอปพลิเคชั่น ทั้งนี้ เวลาที่ลูกค้าทำแอปฯขึ้นมาก็อยากจะให้คนใช้แอปฯ เยอะๆ อยากให้คนมาดาวน์โหลด ซึ่งกลยุทธ์หนึ่งของโมบาย มาร์เก็ตติ้ง ก็คือการทำให้แอปฯ ติดท็อปชาร์ตในกูเกิ้ลเพลย์ และลูกค้าส่วนใหญ่ได้มาลงโฆษณากับเรา ก็จะติดท็อปชาร์ตกันหมด สิ่งนี้ก็จะจูงใจให้กับ user มาดาวน์โหลดแอปฯ ของลูกค้าได้นั่นเอง

4.ลูกค้าต้องการสร้าง Engagement เพราะลูกค้าบางรายที่มาอาจจะไม่ได้ต้องการเน้นสร้าง awareness แต่ต้องการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้งานมากกว่า ซึ่งส่วนใหญ่มักจะไปทำลงใน Facebook แต่ของเราก็ทำได้ โดยเราจะเป็นเหมือนประตูไปสู่แบรนด์ โดยอาจจะเข้าไปหายัง Facebook หรือเว็บไซต์ หรือไมโครไซท์สำหรับแคมเปญต่างๆ ก็ได้ หรือจะเข้าไปยังโมบายแอปฯ ที่ลูกค้าทำไว้เองก็ได้

5.Drive Sale ต้องการผลักดันยอดขาย ด้วยการที่เรามี user อยู่มากกว่า 2 ล้านคน และโดยเฉลี่ยจะมีเงินอยู่ในเครื่องประมาณ 100 บาท ดังนั้น ทั้งหมดคือมีเงินถึง 200 ล้านบาท เป็น eMoneyที่เขายังไม่เอาออกมา เป็นเงินที่เขาได้มาฟรี นอกจากนี้ ยังมีแจกเป็น eCoupon ด้วย

การเลือกรถเข็นผู้สูงอายุตามน้ำหนักตัวคนไข้

รถเข็นผู้สูงอายุส่วนมากรับน้ำหนักได้ประมาณ 100-110 กิโลกรัม ยกเว้นรถเข็นรุ่นพับเก็บได้บางรุ่นรับน้ำหนักได้น้อยกว่า 100กิโลกรัม
การเลือกรถเข็นคนไข้ตามลักษณะการใช้งาน
รถเข็นผู้สูงอายุเพื่อใช้ในการเดินทาง ควรเลือกที่น้ำหนักเบาพับเก็บได้ เพราะมีขนาดเล็ก สะดวกต่อการขนย้าย หรือรถเข็นอลูมินั่มอัลลอยด์เพราะน้ำหนักเบา
รถเข็นคนไข้สำหรับคนไข้ที่ไม่สามารถนั่งได้ รุ่นที่เหมาะสมคือรุ่นที่ใช้เอนนอนได้
รถเข็นสำหรับนั่งถ่ายได้ รุ่นที่่เหมาะคือ รถเข็นนั่งถ่าย
กรณีคนไข้มีกล้ามเนื้อแขนที่แข็งแรง และต้องการเข็นตัวเองได้ ที่เหมาะสมคือ รถเข็นล้อใหญ่
การเลือกรถเข็นตามงบประมาณ
รถเข็นผู้สูงอายุ ราคาต่างกัน ตามวัสดุที่ใช้ เช่น รถเข็นเหล็กชุบโครเม่ี่ยมจะถูกกว่ารถเข็นอลูมินั่มอัลลอยด์ในคุณสมบัติเดียวกัน รถเข็นไฟฟ้าจะราคาสูงกว่ารถเข็นธรรมดา

มาตรฐานการฉีดพ่นน้ำยากำจัดปลวก

มาตรฐานการฉีดพ่นน้ำยากำจัดปลวกด้วยเช่นกัน ดังนี้

1.การอัดน้ำยาเข้าท่อ การอัดน้ำยาเข้าท่อ (Pipe Treatment) เป็นการวางท่อไว้ใต้อาคารเพื่อกำจัด และป้องกันปลวก ซึ่งจะต้องมีเตรียมพื้นที่แล้วเดินท่อตามแนวคานคอดินที่อยู่ใต้อาคาร และการอัดน้ำยาเข้าท่อโดยใช้เครื่องอัดแรงดันสูงการอัดน้ำยาลงดิน

2.การอัดน้ำป้องกันปลวกในเสาหลอก เสาหลอกคือเสาที่ตั้งออกมาจากตัวคานคอดินของบ้าน ซึ่งเจ้าหน้าจะทำการหาตรวจเช็คให้แน่ใจว่ามีเสาหลอกอยู่รอบๆ บ้านประมาณกี่ต้นเมื่อแน่ใจจะทำการเจาะ เพื่อทำการอัดน้ำยาเข้าไปเพื่อเป็นการป้องกันปลวกที่จะขึ้นตามเสาหลอกไปสร้างความเสียหายบนฝ้าชั้น 2 ได้ ฉนั้นน้ำยาที่อัดเข้าท่อไม่สามารถซึมไปข้างในเสาหลอกได้ ซึ่งท่อกำจัดปลวกที่นิยมเดินท่อติดตั้งบริเวณแนวคานคอดิน ไม่สามารถติดตั้งไว้ในเสาหลอกได้

3.ระบบฉีด เพื่อเติมประสิทธิภาพการทำงานของน้ำยากำจัดปลวก เจ้าหน้าที่จะทำการฉีดน้ำยากำจัดปลวก ในบริเวณที่ไม่สามารถฉีดพ่นน้ำยาได้ หรือไม่มีความจำเป็นที่จะต้องฉีดพ่นน้ำยา เช่น วงกบประตู หน้าต่าง ขอบบัวไม้ คิ้วไม้ ขอบซอกงานเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ เพราะว่าการสเปรย์ภายนอกไม่สามารถฉีดโดนตัวปลวกที่อาศัยอยู่ภายด้านในของเนื้อไม้ได้

4.ฉีดฝ้าป้องกันปลวกและกำจัดปลวก เป็นการฉีดพ่นสเปรย์น้ำยาบนฝ้าเพื่อป้องกัน และกำจัดปลวกบนฝ้าเนื่องจากปลวกอาจจะอาศัยช่องเสาหลอก หรือช่องท่อน้ำทิ้งขึ้นมากัดกิน และสร้างความเสียหายได้

5.ระบบพ่นน้ำยาเป็นการพ่นสเปรย์น้ำยาในบริเวณ ที่คาดว่าจะเป็นจุดที่ปลวกจะสามารถสร้างความเสียหาย กับบริเวณภายในของตัวบ้าน เพื่อเป็นการป้องกันปลวกและกำจัดปลวก ด้วยน้ำยาที่มีประสิทธิภาพ และไม่มีกลิ่นฉุนจึงทำให้การสเปรย์น้ำยาได้ทั่วถึงทุกจุด ภายในตัวบ้าน

รักษาโรคเก๊าท์:ปฏิบัติตัวไม่ให้โรคเกาต์กำเริบ

ผู้ป่วยมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยให้ผลการรักษาโรคเกาต์เป็นไปด้วยดี โดยผู้ป่วยสามารถมีส่วนช่วยได้ดังนี้
– สอบถาม และทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเกาต์ และวิธีการปฏิบัติตัวจากแพทย์ เพื่อการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง
– รับประทานยาตามคำแนะนำอย่างสม่ำเสมอ หากมีอาการผิดปกติ หรือมีผลข้างเคียงจากการรับประทานยาให้รีบปรึกษาแพทย์
– ไม่ควรหยุดยา ปรับขนาดยา หรือซื้อยารับประทานเอง เพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อการแพ้ยาแล้ว ยังอาจจะทำให้ควบคุมโรคได้ไม่ดี โรคอาจกำเริบได้
– ติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอตามที่แพทย์นัด แพทย์จำเป็นต้องตรวจเลือดเพื่อดูระดับกรดยูริก และหน้าที่การทำงานของตับและไตเป็นระยะๆ รวมทั้งอาจต้องปรับเปลี่ยนยา หรือขนาดของยาตามความเหมาะสม
– ในกรณีที่เจ็บป่วยด้วยเรื่องอื่นหรือไปพบแพทย์ ควรนำยาที่รับประทานอยู่ไปให้แพทย์ดูด้วยทุกครั้ง
– รับประทานอาหารให้ถูกส่วน ครบหมู่ และเหมาะสม รวมทั้งดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 3,000 มิลลิลิตร
– หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เช่น สุรา เบียร์
– ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต่อข้อที่รุนแรง
– หลีกเลี่ยงการบีบ นวด ถู บริเวณข้อ เนื่องจากสามารถกระตุ้นให้ข้ออักเสบกำเริบได้
– ไม่ควรเริ่มรับประทานยาลดกรดยูริกเมื่อมีข้ออักเสบกำเริบอยู่ (ในรายที่ยังไม่ได้รับประทานยาลดกรดยูริก) และไม่ควรหยุดรับประทานยาลดกรดยูริกเมื่อมีข้ออักเสบกำเริบ (ในรายที่กำลังรับประทานยาลดกรดยูริกอยู่) เนื่องจากการกระทำทั้ง 2 อย่างจะทำให้มีการแกว่งของระดับกรดยูริกในเลือด ซึ่งจะกระตุ้นให้ข้ออักเสบกำเริบเป็นรุนแรงขึ้นหรือนานขึ้น

วิธีการรับจัดสวนหินแบบง่ายๆ

แต่งสวนด้วยหินหรือที่เรานิยมเรียกกันว่า จัดสวนหิน นั่นเอง อ่านจากชื่อแล้วคงไม่ต้องบอกว่าพระเอกของงานนี้คืออะไร แน่นอนก็ต้องเป็นหินชนิดต่างๆ ที่เรานิยมเอามาประดับตกแต่งสวนหน้าบ้านของเรา ให้ดูสวยงาม สร้างสีสันให้ดูใกล้เคียงธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

เลือกหินที่จะเอามาแต่งสวนนั้นก็จะมีหลายชนิด เช่น หินกรวด, หินฟองน้ำ, หินปูน, หินกาบ, หินชั้น โดยหินแต่ละแบบก็จะมีรูปทรง ขนาด และสีสันที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับแบบและความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละคนว่าต้องการตกแต่งแบบไหน
วางแผนก่อนว่าจะจัดสวนให้ออกมาเป็น แบบไหน โดยร่างออกมาเป็นแบบคร่าวๆก่อนว่าจะวางเป็นรูปแบบไหน ทางเดินอยู่ตรงไหน จะวางหินแบบไหนอย่างไร จะสลับสีหรือเปล่า โดยเขียนออกมาเป็นแบบคร่าวๆ ก่อนก็ได้

เมื่อรู้แล้วว่าเราจะต้องจัดสวนหินตรงไหน ขนาดพื้นที่เท่าไร ก็เริ่มปรับพิ้นที่ด้วยทรายกันก่อน โดยปรับให้มีความลาดเอียงสักเล็กน้อย และปรับให้เรียบไม่เป็นแอ่งๆ เพราะจะทำให้น้ำขังได้เวลาที่ฝนตก
เมื่อปรับพิ้นทรายเสร็จก็ให้รดน้ำเล็กน้อยให้พอชุ่ม

วางแผ่นกั้นหินด้านข้างของตัวสวน เพื่อกำหนดอาณาเขตของสวนหินที่ชัดเจนของเรา ก็อยู่ที่ว่าเราเลือกที่กั้นแบบไหน
จากนั้นนำแผ่นพลาสติกที่เตรียมไว้ มารองพื้นเพื่อแยกส่วนของทรายและหินออกจาก กัน หินจะได้ไม่จมลงไป และอย่าลืมว่าพลาสติกที่ใช้ต้องเป็นแบบมีรู เพื่อระบายน้ำ

วางแผ่นหินหรือแผ่นไม้ทางเดินที่เตรียมไว้ วางระยะห่างให้พอเหมาะตามระยะก้าวของเราก็ได้ วางตามแบบที่ร่างเอาไว้
โรยหินที่เตรียมไว้ลงไปตามจุดต่างๆ ความหนาก็แล้วแต่ความชอบและงบประมาณ จะโรยหนาประมาณ 2 นิ้วก็ OK แล้ว

ขั้นตอนการจัดสวนหิน จัดเองก็อาจจะเหนื่อยหน่อยนะคะ ขั้นตอนที่เหนื่อยสุดก็คงเป็นตอนแบกหินไปเทนี่แหละ การจัดสวนหินทำจริงๆ 2 วันก็น่าจะเสร็จ ซื้อของ 1 วัน จัดสวนอีก 1 วัน ถ้าเพื่อนๆ คนไหนชอบก็ลองนำตัวอย่างไปจัดกันดูนะคะ

สาเหตุของใต้ตาคล้ำ พร้อมวิธีรักษา

สาเหตุของใต้ตาคล้ำ พร้อมวิธีรักษามีดังต่อไปนี้ค่ะ

1. ใต้ตาคล้ำจากโรคภูมิแพ้ เกิดจากระบบการไหลเวียนเลือดติดขัด เนื่องจากบริเวณตาและ จมูกบวม ซึ่งโดยปกติแล้วทิศทางการไหลเวียนของเลือดจะไหลเวียนจากตา ลงมาที่หัวตา และ จมูก เมื่อจมูกบวม ก็จะปิดกั้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้เลือดคั่งอยู่บริเวณผิวหนังใต้ตา ทำให้ตาดำ ซึ่งในกรณีนี้ ก็ต้องดูที่ต้นเหตุ ว่าทำอย่างไร จมูกจึงจะไม่บวม นั่นก็คือ ต้องรักษาโรคภูมิแพ้ให้หาย หรือ ให้ดีขึ้นก่อน อย่างน้อยๆ คือ ต้องไม่มีอาการ ตราบใดที่ผู้ป่วยด้วยโรคภูมิแพ้ยังคงมีน้ำมูก จาม ฮึดฮัดอยู่ตลอดในทุกเช้า อาการตาดำก็จะยังไม่ดีขึ้น ซึ่งวิธีการรักษา นั่นก็คือ ต้องกินยาให้สม่ำเสมอ พ่นจมูกทุกครั้งเมื่อมีอาการ นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้มักจะมีอาการ คัน ระคายเคืองที่ตา ทำให้ต้องขยี้ตาเป็นประจำ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ตาดำ

2.ตาโหล ใต้ตาดำ จากการพักผ่อนน้อย วิธีนี้แก้ได้ง่ายๆ ด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งคนที่พักผ่อนน้อยก็จะมีปัญหาเรื่องตาบวมตามมา ซึ่งต้องงดกินเค็ม งดโซเดียม งดผงชูรส อย่าง การบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมถุง มันฝรั่งทอดกรอบ อาหารกระป๋อง ยิ่งบริโภคก่อนนอนจะยิ่งทำให้ตาบวมมากขึ้น

3.สาเหตุจาก วัย เมื่อย่างเข้าสู่วัย 30 Baby Fat ซึ่งอยู่ในตำแหน่งหน้าแก้ม และ บริเวณใต้ตา จะเริ่มหายไป ทำให้เกิดร่องลึก เมื่อเจอแสงและเงาส่องก็จะยิ่งเห็นชัดเจนว่า ตาโหล ตาดำ หรือ บางคนมีไขมันใต้ตาเยอะกว่า ส่วนไขมันที่แก้มหายไป ทำให้ดูเหมือนตาปูด มีถุงใต้ตาตั้งแต่อายุน้อยๆ ในกรณีนี้จะแก้ไขได้ด้วยการฉีดฟิลเลอร์โดยจะเห็นผลลัพธ์ทันทีหลังฉีด ตาดำจางลงอย่างชัดเจน

4. ลักษณะทางพันธุกรรมก็เป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุตาโหล ตาดำ ลักษณะโครงหน้าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน อย่างเช่น พันธุกรรมที่พบบ่อย คือ คนที่มีโครงหน้าแขก เนื่องจาก โครงสร้างของกะโหลกจะมีเบ้าตาลึกแบบชาวตะวันตก ทำให้เมื่อแสงแดดส่องก็จะตกกระทบเป็นเงา ซึ่งแก้ได้ด้วยวิธีฉีดฟิลเลอร์ช่วย

การรักษาที่ตรงจุด ด้วยการหาสาเหตุ และมีวิธีรักษาอาการตาโหล ใต้ตาคล้ำ อย่างถูกต้อง โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ย่อมช่วยให้ได้ผลลัพธ์ สวยปิ๊งแบบหายห่วง เบาใจ ไม่ต้องโบ๊ะ ก็มั่นใจ และปลอดภัยกว่า การทดลองหาวิธีสวยทางลัด ซึ่งอาจจะได้ผลลัพธ์แบบได้ไม่คุ้มเสียก็เป็นได้น๊า

การเดินทางภายในทัวร์ญี่ปุ่น ฮอกไกโดระหว่างเมืองต่างๆ

การเดินทางภายในฮอกไกโด การเดินทางภายในทัวร์ญี่ปุ่น ฮอกไกโดระหว่างเมืองต่างๆ ถือว่าสะดวกสบายมาก เพราะมีสนามบินหลายแห่งในเมืองต่างๆ สำหรับการเดินทางภายในแต่ละเมืองก็มีบริการรถโดยสารประจำทาง รถไฟใต้ดิน รถไฟบนดินที่สะดวกสบาย นอกจากนั้นก็ยังมีบริการเรือเฟอร์รี่ชมวิวหรือข้ามเมืองในเขตเมืองที่ติดทะเลอีกด้วย ส่วนการเช่ารถขับก็ถือว่าสะดวกมากเพราะสามารถขับรถไปเที่ยวยังเมืองต่างๆ ได้ไม่ยาก

โรงแรมที่พักในทัวร์ญี่ปุ่น ฮอกไกโด โรงแรมที่พักในเมืองต่างๆ ของฮอกไกโดมีให้เลือกหลายแบบตามแต่งบประมาณ สำหรับการท่องเที่ยวในเมืองใหญ่ก็มีตัวเลือกทั้งโรงแรมแบบประหยัด เกสต์เฮ้าส์ จนไปถึงโรงแรม 5 ดาว ส่วนในเมืองท่องเที่ยวรอบนอกนั้น ก็จะมีบริการทั้งที่พักแบบโรงแรมตั้งแต่ 1-5 ดาว โรงแรมพื้นบ้าน รีสอร์ทสปา-ออนเซ็น สกีรีสอร์ท และเกสต์เฮ้าส์

การออกแบบโลโก้จะถือเป็นสัญลักษณ์ทางธุรกิจ

การดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจสำหรับบริษัทที่เพิ่งเปิดใหม่มักมีปัจจัยให้เจ้าของธุรกิจคิดพิจารณาอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นชื่อบริษัท ลักษณะอาคารสถานที่ หรือทำเลที่ตั้งของอาคารว่ามีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด มีที่จอดรถเพียงพอหรือไม่ รวมถึงราคาค่าเช่าสถานที่ แต่ทั้งนี้สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่เราจะลืมเสียไม่ได้เลยก็คือ “ตราสินค้า” หรือที่เรียกกันติดปากว่า “โลโก้ของบริษัท” นั่นเอง

โลโก้เป็นส่วนสำคัญมากเพราะเป็นหน้าเป็นตาของบริษัทนั่นเอง โลโก้คือสิ่งแรกที่ผู้บริโภคจะมองและจะอยู่คู่กับธุรกิไปโดยตลอด และนอกจากโลโก้จะถือเป็นสัญลักษณ์ทางธุรกิจ เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถจดจำธุรกิจของเราได้แล้ว โลโก้ยังนำมาซึ่งการคุ้มครองทางกฎหมายซึ่งถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ผู้ใดจะมาละเมิดมิได้อีกด้วย

จะเห็นได้ว่าโลโก้นั้นมีความสำคัญมากต่อธุรกิจ และเป้าหมายจุดสูงสุดของโลโก้จึงอยู่ที่ผู้บริโภคสามารถจดจำโลโก้นั้นๆ ได้ องค์ประกอบต่างๆ ที่อยู่ในโลโก้จึงถือเป็นสิ่งสำคัญ และผู้ประกอบการควรที่จะทำความเข้าใจองค์ประกอบต่างๆให้ถี่ถ้วนและชัดเจนเสียก่อนเพื่อเลือกใช้ให้ถูกต้อง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.cozidea.net/logodesign

ปิเปตต์อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ( Pipette )

เป็นอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ที่ใช้ในการวัดปริมาตรได้อย่างใกล้เคียง มีอยู่หลายชนิด แต่โดยทั่วไปที่มีใช้อยู่ในห้องปฏิบัติการ
มีอยู่ 2 แบบ คือ Volumetric pipette หรือ Transfer pipette และ Measuring pipette Transfer pipette ซึ่งใช้ในการวัดปริมาตรได้เพียงค่าเดียว คือ ถ้าหาก Transfer pipette บรรจุ 25 มิลลิลิตร ก็จะวัดปริมาตรของของเหลวได้เฉพาะ 25 มิลลิลิตรเท่านั้น Transfer pipette มีหลายขนาดตั้งแต่ 1 – 100 มิลลิลิตร ถึงแม้ปิเปตต์ชนิดนี้จะใช้วัดปริมาตรได้อย่างใกล้เคียงความจริงก็ตาม แต่ก็ยังมีข้อผิดพลาดซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดของปิเปตต์ เช่น
Transfer pipette ขนาด 10 มิลลิลิตร มีความผิดพลาด 0.2%
Transfer pipette ขนาด 30 มิลลิลิตร มีความผิดพลาด 0.1%
Transfer pipette ขนาด 50 มิลลิลิตร มีความผิดพลาด 0.1%
Transfer pipette ใช้สำหรับส่งผ่านของสารละลาย ที่มีปริมาตรตามขนาดของปิเปตต์ เมื่อปล่อยสารละลาย
ออกจากปิเปตต์แล้ว ห้ามเป่าสารละลายที่ตกค้างอยู่ที่ปลายของปิเปตต์ แต่ควรแตะปลายปิเปตต์กับข้างภาชนะเหนือระดับสารละลายภายในภาชนะนั้นประมาณ 30 วินาที เพื่อให้สารละลายที่อยู่ข้างในปิเปตต์ไหลออกมาอีก ปิเปตต์ชนิดนี้ใช้ได้ง่ายและเร็วกว่าบิวเรตต์
Measuring pipette หรือ Graduated pipette (บางทีเรียกว่า Mohr pipette) จะมีขีดบอกปริมาตรต่างๆ ไว้
ทำให้สามารถใช้ได้อย่างกว้างขวาง คือสามารถใช้แทน Transfer pipette ได้ แต่ใช้วัดปริมาตรได้แน่นอนน้อยกว่า Transfer pipette และมีความผิดพลาดมากกว่า เช่น
Measuring pipette ขนาด 10 มิลลิลิตร มีความผิดพลาด 0.3%
Measuring pipette ขนาด 30 มิลลิลิตร มีความผิดพลาด 0.3%

การเลือกหัวข้อสำหรับทำ infographic

การเลือกหัวข้อสำหรับทำ infographic เป็นเรื่องอันดับแรก มีหัวข้อบางประเภทมีโอกาสดังสูงเมื่อคุณนำมาทำเป็น infographic
เลือกสไตล์ก่อน

เลือกสไตล์ของ infographic ที่คุณอยากสร้างสรรค์ก่อนแล้วค่อยนำเนื้อหาที่เข้ากันมาเทียบ

– เน้นวิวัฒนาการของสิ่งต่างๆ (เช่น เทคโนโลยี ปรัชญา หรือชีววิทยา) =Timeline infographics

– เน้นขั้นตอน แนะนำการใช้งานและความสำเร็จ =instructional infographic

– การเปรียบเทียบสองสิ่ง (เช่น เจ้าของธุรกิจ VS พนักงาน) =Comparison infographics

– ฯลฯ

หากคุณมีไอเดียว่า infographic มีแบบไหนบ้าง เราจะสามารถเลือกเนื้อหามาใส่ได้อย่างถูกต้อง
หัวข้อในกระแส

หาหัวข้อที่อยู่ในกระแสเป็นเรื่องที่พูดง่ายแต่ทำยาก ง่ายๆ ในสเต็ปแรก ลองเปิดเว็บบอร์ดและเว็บข่าวต่างๆ หรืออาจดูสถิติใน Google Trends ประกอบได้
คอนเทนต์เก่าเล่าใหม่

ลองหาโพสต์เก่าๆ พรีเซนเตชั่น หรือสรุปงานสัมมนาที่เข้าใจยากมาย่อยให้เป็น infographic ง่ายๆ หากคุณขุดค้นไปจะพบว่ามีงานมากมายที่ใช้พลังงานและเวลามากมายในการสร้างสรรค์แต่กลับไม่มีวิธีนำเสนอที่ดี ข้อความเหล่านั้นจึงส่งไปไม่ถึงไหน ลองสำรวจข้อมูลของลูกค้า หรืออุตสาหกรรมที่พวกเขาน่าจะสนใจแล้วค่อยนำเสนอ
เปลี่ยนมุมมอง

ลองหาดูก่อนว่ามี infographic ที่ใกล้เคียงแบบที่เราเคยทำไปแล้วไหม หากมีแล้วไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้แต่เราต้องพัฒนาต่อยอดความคิดนั้นให้มากขึ้นไปอีก เช่น หากเคยมีคนเสนอประโยชน์ของครีมบำรุงผิว infographic ของเราอาจเป็นการเปรียบเทียบครีมบำรุงผิวกับผลิตภัณฑ์แบบอื่นๆ ที่ทำงานใกล้เคียงกัน หากเราพบ infographic ที่มีลักษณะใกล้กับของเราก็อุ่นใจได้ว่าอย่างน้อยน่าจะมีสนใจหัวข้อที่เรานำเสนอ