การเดินทางภายในทัวร์ญี่ปุ่น ฮอกไกโดระหว่างเมืองต่างๆ

การเดินทางภายในฮอกไกโด การเดินทางภายในทัวร์ญี่ปุ่น ฮอกไกโดระหว่างเมืองต่างๆ ถือว่าสะดวกสบายมาก เพราะมีสนามบินหลายแห่งในเมืองต่างๆ สำหรับการเดินทางภายในแต่ละเมืองก็มีบริการรถโดยสารประจำทาง รถไฟใต้ดิน รถไฟบนดินที่สะดวกสบาย นอกจากนั้นก็ยังมีบริการเรือเฟอร์รี่ชมวิวหรือข้ามเมืองในเขตเมืองที่ติดทะเลอีกด้วย ส่วนการเช่ารถขับก็ถือว่าสะดวกมากเพราะสามารถขับรถไปเที่ยวยังเมืองต่างๆ ได้ไม่ยาก

โรงแรมที่พักในทัวร์ญี่ปุ่น ฮอกไกโด โรงแรมที่พักในเมืองต่างๆ ของฮอกไกโดมีให้เลือกหลายแบบตามแต่งบประมาณ สำหรับการท่องเที่ยวในเมืองใหญ่ก็มีตัวเลือกทั้งโรงแรมแบบประหยัด เกสต์เฮ้าส์ จนไปถึงโรงแรม 5 ดาว ส่วนในเมืองท่องเที่ยวรอบนอกนั้น ก็จะมีบริการทั้งที่พักแบบโรงแรมตั้งแต่ 1-5 ดาว โรงแรมพื้นบ้าน รีสอร์ทสปา-ออนเซ็น สกีรีสอร์ท และเกสต์เฮ้าส์

การออกแบบโลโก้จะถือเป็นสัญลักษณ์ทางธุรกิจ

การดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจสำหรับบริษัทที่เพิ่งเปิดใหม่มักมีปัจจัยให้เจ้าของธุรกิจคิดพิจารณาอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นชื่อบริษัท ลักษณะอาคารสถานที่ หรือทำเลที่ตั้งของอาคารว่ามีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด มีที่จอดรถเพียงพอหรือไม่ รวมถึงราคาค่าเช่าสถานที่ แต่ทั้งนี้สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่เราจะลืมเสียไม่ได้เลยก็คือ “ตราสินค้า” หรือที่เรียกกันติดปากว่า “โลโก้ของบริษัท” นั่นเอง

โลโก้เป็นส่วนสำคัญมากเพราะเป็นหน้าเป็นตาของบริษัทนั่นเอง โลโก้คือสิ่งแรกที่ผู้บริโภคจะมองและจะอยู่คู่กับธุรกิไปโดยตลอด และนอกจากโลโก้จะถือเป็นสัญลักษณ์ทางธุรกิจ เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถจดจำธุรกิจของเราได้แล้ว โลโก้ยังนำมาซึ่งการคุ้มครองทางกฎหมายซึ่งถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ผู้ใดจะมาละเมิดมิได้อีกด้วย

จะเห็นได้ว่าโลโก้นั้นมีความสำคัญมากต่อธุรกิจ และเป้าหมายจุดสูงสุดของโลโก้จึงอยู่ที่ผู้บริโภคสามารถจดจำโลโก้นั้นๆ ได้ องค์ประกอบต่างๆ ที่อยู่ในโลโก้จึงถือเป็นสิ่งสำคัญ และผู้ประกอบการควรที่จะทำความเข้าใจองค์ประกอบต่างๆให้ถี่ถ้วนและชัดเจนเสียก่อนเพื่อเลือกใช้ให้ถูกต้อง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.cozidea.net/logodesign

ปิเปตต์อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ( Pipette )

เป็นอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ที่ใช้ในการวัดปริมาตรได้อย่างใกล้เคียง มีอยู่หลายชนิด แต่โดยทั่วไปที่มีใช้อยู่ในห้องปฏิบัติการ
มีอยู่ 2 แบบ คือ Volumetric pipette หรือ Transfer pipette และ Measuring pipette Transfer pipette ซึ่งใช้ในการวัดปริมาตรได้เพียงค่าเดียว คือ ถ้าหาก Transfer pipette บรรจุ 25 มิลลิลิตร ก็จะวัดปริมาตรของของเหลวได้เฉพาะ 25 มิลลิลิตรเท่านั้น Transfer pipette มีหลายขนาดตั้งแต่ 1 – 100 มิลลิลิตร ถึงแม้ปิเปตต์ชนิดนี้จะใช้วัดปริมาตรได้อย่างใกล้เคียงความจริงก็ตาม แต่ก็ยังมีข้อผิดพลาดซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดของปิเปตต์ เช่น
Transfer pipette ขนาด 10 มิลลิลิตร มีความผิดพลาด 0.2%
Transfer pipette ขนาด 30 มิลลิลิตร มีความผิดพลาด 0.1%
Transfer pipette ขนาด 50 มิลลิลิตร มีความผิดพลาด 0.1%
Transfer pipette ใช้สำหรับส่งผ่านของสารละลาย ที่มีปริมาตรตามขนาดของปิเปตต์ เมื่อปล่อยสารละลาย
ออกจากปิเปตต์แล้ว ห้ามเป่าสารละลายที่ตกค้างอยู่ที่ปลายของปิเปตต์ แต่ควรแตะปลายปิเปตต์กับข้างภาชนะเหนือระดับสารละลายภายในภาชนะนั้นประมาณ 30 วินาที เพื่อให้สารละลายที่อยู่ข้างในปิเปตต์ไหลออกมาอีก ปิเปตต์ชนิดนี้ใช้ได้ง่ายและเร็วกว่าบิวเรตต์
Measuring pipette หรือ Graduated pipette (บางทีเรียกว่า Mohr pipette) จะมีขีดบอกปริมาตรต่างๆ ไว้
ทำให้สามารถใช้ได้อย่างกว้างขวาง คือสามารถใช้แทน Transfer pipette ได้ แต่ใช้วัดปริมาตรได้แน่นอนน้อยกว่า Transfer pipette และมีความผิดพลาดมากกว่า เช่น
Measuring pipette ขนาด 10 มิลลิลิตร มีความผิดพลาด 0.3%
Measuring pipette ขนาด 30 มิลลิลิตร มีความผิดพลาด 0.3%

การเลือกหัวข้อสำหรับทำ infographic

การเลือกหัวข้อสำหรับทำ infographic เป็นเรื่องอันดับแรก มีหัวข้อบางประเภทมีโอกาสดังสูงเมื่อคุณนำมาทำเป็น infographic
เลือกสไตล์ก่อน

เลือกสไตล์ของ infographic ที่คุณอยากสร้างสรรค์ก่อนแล้วค่อยนำเนื้อหาที่เข้ากันมาเทียบ

– เน้นวิวัฒนาการของสิ่งต่างๆ (เช่น เทคโนโลยี ปรัชญา หรือชีววิทยา) =Timeline infographics

– เน้นขั้นตอน แนะนำการใช้งานและความสำเร็จ =instructional infographic

– การเปรียบเทียบสองสิ่ง (เช่น เจ้าของธุรกิจ VS พนักงาน) =Comparison infographics

– ฯลฯ

หากคุณมีไอเดียว่า infographic มีแบบไหนบ้าง เราจะสามารถเลือกเนื้อหามาใส่ได้อย่างถูกต้อง
หัวข้อในกระแส

หาหัวข้อที่อยู่ในกระแสเป็นเรื่องที่พูดง่ายแต่ทำยาก ง่ายๆ ในสเต็ปแรก ลองเปิดเว็บบอร์ดและเว็บข่าวต่างๆ หรืออาจดูสถิติใน Google Trends ประกอบได้
คอนเทนต์เก่าเล่าใหม่

ลองหาโพสต์เก่าๆ พรีเซนเตชั่น หรือสรุปงานสัมมนาที่เข้าใจยากมาย่อยให้เป็น infographic ง่ายๆ หากคุณขุดค้นไปจะพบว่ามีงานมากมายที่ใช้พลังงานและเวลามากมายในการสร้างสรรค์แต่กลับไม่มีวิธีนำเสนอที่ดี ข้อความเหล่านั้นจึงส่งไปไม่ถึงไหน ลองสำรวจข้อมูลของลูกค้า หรืออุตสาหกรรมที่พวกเขาน่าจะสนใจแล้วค่อยนำเสนอ
เปลี่ยนมุมมอง

ลองหาดูก่อนว่ามี infographic ที่ใกล้เคียงแบบที่เราเคยทำไปแล้วไหม หากมีแล้วไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้แต่เราต้องพัฒนาต่อยอดความคิดนั้นให้มากขึ้นไปอีก เช่น หากเคยมีคนเสนอประโยชน์ของครีมบำรุงผิว infographic ของเราอาจเป็นการเปรียบเทียบครีมบำรุงผิวกับผลิตภัณฑ์แบบอื่นๆ ที่ทำงานใกล้เคียงกัน หากเราพบ infographic ที่มีลักษณะใกล้กับของเราก็อุ่นใจได้ว่าอย่างน้อยน่าจะมีสนใจหัวข้อที่เรานำเสนอ

ควรเลือกเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญแบบไหน

ปัจจุบันนี้เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญแทบจะเรียกได้ว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าพื้นฐานในบ้านไปแล้ว การเลือกซื้อเครื่องซักผ้าจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยผู้ซื้อควรเลือกให้ตรงกับการใช้งานและงบประมาณที่มีอย่างเหมาะสม ซึ่งเราได้แนะนำข้อสังเกตที่สำคัญๆ ให้ผู้ที่กำลังเลือกซื้อเครื่องซักผ้าใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเบื้องต้น ดังนี้

ควรเลือกเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญแบบ ‘ถังคู่’ หรือ ‘ฝาบน’ หรือ ‘ฝาหน้า’

เครื่องซักผ้าที่มีขายตามท้องตลาดอาจแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 2 ประเภท คือ1) เครื่องซักผ้าแบบถังคู่หรือที่เรียกกันว่า ‘แบบกึ่งอัตโนมัติ’ เครื่องซักผ้าประเภทนี้จะมี 2 ถัง คือ 1.ถังซัก และ 2.ถังปั่นแห้ง ซึ่งจะมีฝาถึงอยู่ด้านลน มีข้อเสียสำคัญคือผู้ใช้จะต้องย้ายผ้าเปลี่ยนถัง ซึ่งไม่ค่อยสะดวกนัก แต่มีข้อดีคือราคาถูกที่สุดในบรรดาเครื่องซักผ้าทุกประเภท โดยมีราคาประมาณ 4,000 – 8,000 บาทเท่านั้น

2) เครื่องซักผ้าแบบถังเดี่ยวหรือ ‘แบบอัตโนมัติ’ เป็นเครื่องที่ซักผ้าและปั่นหมาดจนเสร็จพร้อมตากได้เลย ซึ่งสามารถแบ่งย่อยเป็น 2 ประเภท คือ

1.แบบฝาบนหรือแบบ ‘ถังซักแนวตั้ง’ ซึ่งมีราคาตั้งแต่ 7,000 – 10,000 บาท มีข้อดีคือราคาถูก ซักผ้าเร็ว ขนาดไม่ใหญ่มาก น้ำหนักไม่มาก และตัวถึงมักทำจาก ‘เรซิ่น’ จึงทนทานและไม่เป็นสนิม แต่มีข้อเสียคือเสื้อผ้าอาจช้ำหรือเสียหายเร็ว และอาจซักไม่ค่อยสะอาด เนื่องจากผ้าพันกันระหว่างการซัก

2.เครื่องซักผ้าฝาหน้า หรือ ‘ถังซักแนวนอน’ เป็นเครื่องซักผ้าที่ราคาแพงที่สุดคือประมาณ 15,000 บาทขึ้นไป ถังซักจะหมุนในแนวนอนทำให้ซักผ้าได้สะอาด ถนอมผ้า และไม่พันกัน แต่มีข้อเสียคือเปลืองไฟฟ้าและน้ำ ใช้เวลาซักนาน ตัวเครื่องใหญ่และหนัก

แม่พิมพ์ฉีดพลาสติกที่ใช้สำหรับขึ้นรูปชิ้นงาน

ในปัจจุบันการตกแต่งผิวชิ้นงานพลาสติกโดยส่วนใหญ่จะทำขึ้นภายหลังจากได้ชิ้นงานพลาสติกออก มาแล้ว เช่น hot stamping, plating หรือ printing ซึ่งทำให้ระยะเวลาในการผลิตชิ้นงานเพิ่มขึ้น อีกทั้งลวดลายที่ได้ก็มีโอกาสที่จะหลุดลอกเมื่อเวลาผ่านไป ดังนั้นกระบวนการ in-mold decoration จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการตกแต่งผิวชิ้นงานพลาสติก ที่สามารถทำได้ในขั้นตอนการผลิต โดยพอลิเมอร์หลอมเหลวจะถูกฉีดเข้าไปในโพรงแบบของแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก ภายหลังจากที่แผ่นฟิล์มลวดลายได้ถูกน าเข้าไปติดที่ผนังด้านในของโพรงแบบ ทำให้ชิ้นงานพลาสติกและแผ่นฟิล์มลวดลายยึดติดเป็นเนื้อเดียวกัน ผิวของชิ้นงานที่ได้มีความสวยงามอีกทั้งลวดลายที่ตกแต่งไว้ก็มีความคงทน ไม่หลุดลอกจากผิวชิ้นงานพลาสติก โดยส่วนใหญ่การตกแต่งผิวชิ้นงานด้วยกระบวนการ in-mold labeling (IML) จะใช้กับการตกแต่งชิ้นส่วนภายในรถยนต์ ตกแต่งกรอบมือถือ ตกแต่งลวดลายของเล่น หรือแสดงยี่ห้อสินค้าบนบรรจุภัณฑ์ต่างๆ เช่น ขวดแชมพู กล่องไอศครีม เป็นต้นอย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายสำหรับการตกแต่งผิวชิ้นงานด้วยกระบวนการ in-mold labeling ยังค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีอื่นๆ เนื่องจากแม่พิมพ์รับฉีดพลาสติกที่ใช้สำหรับขึ้นรูปชิ้นงานต้องถูกออกแบบมาเฉพาะสำหรับกระบวนการตกแต่งผิวชิ้นงานแบบ in-mold labeling และต้องมีการเชื่อมต่อเข้ากับระบบสุญญากาศหรือใช้งานร่วมกับอุปกรณ์กำเนิดกระแสไฟฟ้าสถิตย์ เพื่อทำให้แผ่นฟิล์มลวดลายสามารถยึดติดกับผนังแม่พิมพ์ด้านในในตำแหน่งที่ต้องการได้ อีกทั้งในการน าแผ่นฟิล์มลวดลายเข้าไปติดที่ผนังด้านในของแม่พิมพ์ยังต้องอาศัยอุปกรณ์เสริมที่ทำงานแบบอัตโนมัติเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตอีกด้วย ซึ่งอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับกระบวนการ in-mold labeling ที่กล่าวมาแล้วนั้นมีราคาค่อนข้างสูง และต้องนำเข้าจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ไม่คุ้มกับการลงทุนสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก ดังนั้นผู้วิจัยจึงมีแนวคิดที่จะออกแบบและสร้างแม่พิมพ์ฉีดพลาสติกสำหรับกระบวนการ IML เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ประกอบการที่สนใจและช่วยลดการนำเข้าจากต่างประเทศ นอกจากนี้ในอนาคตจะนำแม่พิมพ์ที่ได้ออกแบบไว้ไปทำการศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยต่างๆที่มีอิทธิพลต่อกระบวนการ IML เพื่อช่วยในการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตรวมถึงการออกแบบและสร้างชุดอุปกรณ์เสริมที่จำเป็นสำหรับกระบวนการ IMLอีกด้วย

วิธีการดูแลรักษาแม่พิมพ์วุ้น หลังจากการใช้งาน

วิธีการดูแลรักษา หลังจากการใช้งาน

– เมื่อซื้อ แม่พิมพ์วุ้น พิมพ์สบู่ พิมพ์ซิลิโคน มาใหม่ ๆ ครั้งแรกให้นำมาล้างด้วยน้ำสบู่แล้ว นำ แม่พิมพ์ตากให้แห้ง

– การใช้ แม่พิมพ์วุ้น พิมพ์สบู่ พิมพ์ซิลิโคน ครั้งแรก ควรทาด้านในของ แม่พิมพ์ ด้วยน้ำมัน หรือเนยเล็กน้อย เพื่อความสะดวกในการแกะขนม วุ้น ขนมชั้น ซึ่งหลังจากนั้นการทาน้ำมันหรือเนย และนำมาใช้ในครั้งแรกแล้ว ครั้งต่อ ๆ ไปไม่จำเป็นต้องทาอีก

– อุปกรณ์เบเกอรี่ที่เหมาะสมกับแม่พิมพ์ซิลิโคน คือ อุปกรณ์ที่ทำจากไม้ พลาสติก หรือเทฟลอน ไม่ควรใช้อุปกรณ์เบเกอรี่ ที่มีความคมในการกลับขนม แคะวุ้น ขนมชั้น สบู่ ออกจากแม่พิมพ์ซิลิโคน

-การใช้แม่พิมพ์วุ้น พิมพ์สบู่ พิมพ์ซิลิโคน ในเตาอบประเภท Convection ven ให้วางพิมพ์ซิลิโคน บนตะแกรงชั้นกลางของเตาอบ แต่ถ้าเป็นเตาอบแบบ Traditional oven ให้วางพิมพ์ซิลิโคนบนตะแกรงที่อยู่ชั้นล่างสุด

-ไม่ควรตั้งอุณหภูมิเตาอบเกินกว่า 260 องศาเซลเซียส ( 525 องศาฟาเรนไฮต์ ) เพราะ แม่พิมพ์ซิลิโคนจะละลายได้ (แม่พิมพ์ซิลิโคน สามารถใช้ได้ดีในอุณหภูมิ -40 ถึง 230 องศาเซลเซียส )

-ไม่ควรนำ แม่พิมพ์วุ้น พิมพ์สบู่ พิมพ์ซิลิโคน ไปใช้ในการ ปิ้ง ย่าง หรือสัมผัสเปลวไฟโดยตรง เพราะละลายได้

วิธีการทำความสะอาด แม่พิมพ์ซิลิโคน

-วิธีการทำความสะอาด แม่ซิลิโคน เมื่อใช้งานเสร็จแล้วควรล้างด้วยน้ำอุ่น ใช้ฟองน้ำเช็ดทำความสะอาดเบา ๆอย่าใช้แปรงขัดถูแรง ๆ โดยหลังจากล้างแล้ว ก่อนจะใส่ขนมควรเช็ดแม่พิมพ์ให้แห้ง หรือใช้ไดร์เป่าผมความร้อนต่ำ ๆ เป่าให้แห้งก่อน หรือนำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 150 C ประมาณ 2-3 นาทีเพื่อให้พิมพ์แห้งสนิทก่อน แล้วจึงนำมาใช้ในโอกาสต่อไป

ทำความรู้จัก 10 บริษัทที่มีนวัตกรรมด้าน Advertising และ Marketing ในปี 2560 ที่เจ๋งที่สุดกัน

เป้าหมายของนักการตลาดที่ดีคือการนำแบรนด์ต่างๆ ไปถึงผู้บริโภคให้ใกล้ที่สุด และถ้าอยู่ในระดับที่เห็นในชีวิตประจำวันยิ่งดี แต่การจะไปถึงขั้นนั้นก็ต้องไม่รบกวนเป้าหมายมากเกินไป เพราะนอกจากจะสร้างความรำคาญแล้ว การโฆษณายังไม่เกิดประสิทธิภาพด้วย

ในทางกลับกันบริษัทที่อยู่ใน 10 อันดับข้างล่างนี้ ไม่ได้แค่ทำโฆษณาออกมาดี แต่ยังสร้างพื้นที่ให้ผู้บริโภคสามารถใช้เวลากับแบรนด์ได้ด้วย เช่น 20th Century Fox ที่สามารถสร้างตัวละครอย่าง Deathpool ให้ติดตลาดด้วยความโดดเด่นเรื่องแนวทางความคิด รวมถึง INGO Stockholm ก็ช่วยให้การท่องเที่ยว Sweden มีการเติบโตเช่นกัน

สำหรับ 10 บริษัทที่มีนวัตกรรมเกี่ยวกับ Advertising และ Marketing ที่ดีที่สุดในปี 2560 มีดังนี้

Facebook ช่องทางใหม่ในการสร้างโฆษณาบน Smartphone
Kenzo ศิลปะกับโฆษณาสามารถเชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์แบบ
FX Networks อีกบริการ SVOD ที่เติบโตด้วยนักแสดงหน้าใหม่
R/GA สร้างความโดดเด่นด้วย Digital Experience ในสถานที่ต่างๆ
Netscout ช่วยให้การทำตลาด B2B มีสีสันมากขึ้น
INGO Stockholm ผู้นำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
Droga5 พร้อมลุยทุกความเสี่ยงที่จะสร้างสรรค์ Content ใหม่ๆ
Wieden+Kennedy ผู้ที่แสดงให้เห็นโอกาสของโฆษณาทีวียังมีอยู่ถ้าทำได้แตกต่าง
20th Century Fox ค่ายภาพยนต์ที่นำความตลกมาใส่ในภาพยนตร์จนติดตลาด
Venables Bell & Partners สามารถสร้างตัวตนให้กับแบรนด์อย่าง REI และ Reebok ได้ดีขึ้น

อ้างอิง // The 10 Most Innovative Companies In Advertising/Marketing 2017

แพคเกจทัวร์ญี่ปุ่นสำหรับนักท่องเที่ยวไทยมือใหม่

ปัญหาที่ชวนปวดหัวสำหรับนักท่องเที่ยวไทย มือใหม่ ที่ไปเที่ยวโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น คือไม่รู้จะเลือกที่พักย่านไหนในโตเกียวดี ที่พักเกือบทุกที่ก็อยู่ใกล้สถานีรถไฟหมด สถานีรถไฟก็มีมากมาย เช่น Shinjuku, Ueno, Tokyo, Harajuka, Shinjuku, Asakusa ฯลฯ แถมยังมีรถไฟหลายสายชวนให้ปวดหัวเพิ่มทั้ง JR Yamanote line,JR Chuo line, Tokyo metro line (Subway), Toei line

วันนี้มีหลักการในการเลือกที่พักในย่านต่างๆ ของโตเกียวดังนี้

พักโรงแรม หรือ โฮสเทล

ย่านโฮสเทลในโตเกียวจะอยู่ที่อาซาคุซะ (Asakusa) สำหรับแพคเกจทัวร์ญี่ปุ่นนักท่องเที่ยวที่มีงบจำกัด หรือ Backpacker แนะนำว่าให้พักในย่านนี้ Hostel ที่คนไทยนิยมที่สุดจะเป็น Hostel ในเครือ khaosan ส่วนที่พักแบบโรงแรมจะอยู่กระจายกันไปตามสถานีรถไฟต่างๆ ในโตเกียว

ใช้บริการรถไฟ JR หรือ Tokyo metro (Subway) เป็นหลัก

รถไฟในโตเกียวที่วิ่งหลักๆ จะมี 2 เจ้า ได้แก่รถไฟ JR และ รถไฟ Subway เราควรเลือกที่พักให้อยู่ใกล้รถไฟเจ้าที่เรามีบัตรโดยสาร (Pass) เช่น นักท่องเที่ยวที่มี JR Pass หรือใช้บัตรโดยสาร Tokunai pass ควรจะพักโรงแรมที่อยู่ใกล้สถานี JR เช่น Ueno, Shinjuku เพราะจะได้ไม่ต้องเสียค่าเดินทางกับรถไฟ Subway อีก หรือ ถ้าวางแผนจะเดินทางในโตเกียวด้วยรถไฟ Subway ก็ควรจะพักใกล้สถานี Subway เช่น Ueno, Tokyo, Shinjuku, Shibuya

ในย่านธุรกิจ หรือ แหล่งท่องเที่ยวมักจะมีทั้งรถไฟ JR และ Subway อยู่ด้วยกัน แต่บางย่านก็มีเพียงอย่างเดียว ดังนั้นควรวางแผนการท่องเที่ยวก่อน แล้วดูว่าจะใช้รถไฟ JR หรือ Subway เป็นหลัก แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเลือกที่พักในย่านไหน

อยู่แต่ในโตเกียว หรือ ไปเมืองข้างเคียงด้วย

ถ้าคิดว่าจะเที่ยวแต่ในโตเกียว จะพักที่ไหนก็ไม่ค่อยมีปัญหา ขอเพียงให้ใกล้สถานีรถไฟ แต่ถ้ามีการเดินทางไปเที่ยวเมืองอื่น รอบๆ โตเกียวด้วยแล้ว ควรจะพักใกล้สถานีใหญ่ที่เป็นจุดต่อรถไฟไปนอกเมือง เพื่อความสะดวกในการเดินทาง สถานีใหญ่ในโตเกียวได้แก่ สถานี Ueno, Shinjuku และ Tokyo

เน้นสะดวก หรือ เน้นประหยัด

ถ้าเน้นการเดินทางที่สะดวกก็ควรพักใกล้กับสถานีรถไฟที่เป็นจุดต่อรถไฟ เช่น Ueno, Shinjuku และ Tokyo นอกจากสะดวกในการเดินทางแล้ว สถานีใหญ่ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกในสถานีมากกว่าสถานีเล็ก เช่นบันไดเลื่อน ลิฟท์ ทางลาด ร้านอาหาร มินิมาร์ท ถ้ามีผู้สูงอายุ เด็ก กระเป๋าใบใหญ่หลายใบ พักใกล้สถานีรถไฟใหญ่จะสะดวกกว่า

แต่ถ้าไม่เกี่ยงเรื่องความลำบากเล็กๆ น้อยๆ พักใกล้สถานีเล็กๆ ที่พักมักจะถูกกว่า

พักใกล้สถานีรถไฟใหญ่ ในราคาถูกกว่า

ที่พักใกล้สถานีรถไฟใหญ่ เช่นสถานี Ueno, Shinjuku มักจะมีราคาแพงกว่าที่พักที่ใกล้สถานีรถไฟเล็กๆ เพราะมีความต้องการมากกว่า ดังนั้นถ้าเราเลือกที่พักในสถานีที่ถัดไปจากสถานีใหญ่ก็มักจะได้ที่พักในราคาที่ถูกกว่า ห้องกว้างกว่า อย่างเช่นตั้งใจว่าจะไปนอนย่าน Ueno แต่โรงแรมใน Ueno เหลือแต่โรงแรมราคาแพง ก็ให้มองดูสถานีถัดไป คือสถานี JR Uguisudani จะพบว่ามีที่พักราคาไม่แพงให้เลือกเยอะ และระยะทางจากสถานี Ueno กับ Uguisudani ก็ห่างกันแค่ 2 นาทีเท่านั้น

เพิ่มเติม : http://www.onlyyoutravel.com/index.php

สถานที่จัดงานแต่งงานกับรูปแบบของงานแต่งงาน

เมื่อได้สถานที่เรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงรูปแบบของงาน “คนไทยสมัยนี้ชอบค็อกเทลใช่ไหม” “นอกจากนั้นก็มีซิตดาวน์ คือนั่งกินแบบดินเนอร์ หรือโต๊ะจีนเสิร์ฟแบบจีน งานเอาต์ดอร์จัดได้หลายแบบ อาจจะจัดโต๊ะแบบซิตดาวน์ แต่ให้ไปตักอาหารเอง แล้วก็มีที่ให้ยืนดิสโก้ได้” งานกลางแจ้งนั้นไม่มีข้อจำกัดว่าจะต้องจัดในรูปแบบใด แต่ที่ดูจะเหมาะที่สุดก็คือ ค็อกเทลที่มีซุ้มอาหารแบบออกร้าน เพราะแขกสามารถเดินสังสรรค์กันในบรรยากาศที่สวยงาม ไม่ต้องนั่งกับที่ให้ยุงกัด และถ้าฝนตกก็สามารถย้ายงานเข้าในร่มได้โดยง่าย นอกจากนั้นอาหารที่จัดแบบเป็นซุ้มก็จะปรุงกันอย่างสดใหม่ ไม่มีการวางค้างไว้ จนเสียรส ถ้าเกรงว่าแขกจะไม่อิ่มก็สามารถเลือกซุ้มที่เป็นอาหารจานหลักเพิ่มเข้ามาได้ แล้วจัดโต๊ะแทรกไว้เป็นกลุ่ม ๆ สลับกับ ซุ้มอาหารให้แขกนั่งรับประทาน

ข้อดีอีกอย่างของงานค็อกเทลก็คือไม่จำกัดจำนวนแขก จะมามากหรือน้อยกว่าที่เชิญก็ไม่มีปัญหา และเจ้าภาพก็ไม่ต้อง เสียใจ กับเก้าอี้ว่างตามโต๊ะ รวมทั้งไม่ต้องจัดคนไว้คอยต้อนรับพาไปนั่งที่ด้วย อย่างไรก็ตาม งานค็อกเทลนี้ก็มีข้อเสียอยู่บ้าง คืออาจต้องเสิร์ฟเหล้าไวน์เครื่องดื่มมากกว่างานแบบอื่น และการตกแต่งในงานก็ต้องสวยเป็นพิเศษโดยเฉพาะซุ้มเค้กที่ใคร ๆ ก็จะต้องสนใจมอง อีกทั้งงานลักษณะนี้ก็จะใช้เวลาไม่นาน เพียงสองหรือสามชั่วโมงใครที่อยากฉลองต่อก็คงต้องจัดฟลอร์เต้นรำ และเสิร์ฟอาหารว่างเบา ๆ เป็นซับเปอร์ให้แขกรองท้องก่อนกลับบ้านยามดึกด้วย

บุฟเฟ่ต์นั้นจะต้องระวังเป็นพิเศษในเรื่องอาหาร หากทางฝ่ายจัดเลี้ยงโต๊ะวางอาหารกลางแจ้งนานเกินไปอาหารก็อาจจะเสียได้ ทางที่ดีก็คือจัดใกล้เวลางานและมีซุ้มแบบบริการตักและปรุงใหม่ คล้ายการออกร้านของค็อกเทลจะช่วยให้ดูน่ารับประทานยิ่งขึ้นส่วนการจัดวางโต๊ะนั้นก็ควรเว้นระยะช่องว่างให้แขกเดินไปตักอาหารได้สะดวก และต้องเตรียมพนักงานเสิร์ฟเครื่องดื่ม

เพิ่มเติม : http://www.ruenthaisukhumvit50.com/