เลือกใช้บริการตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญที่ได้มาตรฐาน

ปัจจุบันตู้น้ำหยอดเหรียญมีกระจายอยู่ทุกชุมชน ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้ผู้บริโภคได้บริโภคน้ำสะอาด แต่ใครจะคิดว่าตู้หยอดน้ำบางเครื่องที่ต้องเสียเงินซื้อนั้น กลับกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรียซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เสี่ยงโรคอุจจาระร่วง โรคระบบทางเดินอาหาร โรคบิด โดยเรื่องนี้ได้รับการเปิดเผยจาก กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ว่ามีตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานถึงร้อยละ 40

สถานการณ์คุณภาพน้ำบริโภคจากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญของกรมอนามัย พบว่า ในปี 2559 มีน้ำบริโภคจากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานร้อยละ 40 ซึ่งสาเหตุที่ไม่ผ่านเกณฑ์คือพบแบคทีเรีย ความเป็นกรด-ด่าง สี และความขุ่น ที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนได้ โดยเฉพาะโรคอุจจาระร่วง โรคระบบทางเดินอาหาร โรคบิด เป็นต้น ประชาชนจึงควรเลือกใช้บริการตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญที่ได้มาตรฐาน โดยสังเกตสภาพของตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ ดังนี้

1.ภายในและภายนอก ตัวตู้จะต้องสะอาด ไม่สกปรก

2.ทำจากวัสดุที่แข็งแรง ทนทาน ไม่ผุกร่อนหรือเป็นสนิม

3.จุดติดตั้งต้องมีความสะอาดโดยรอบ ตั้งอยู่บนพื้นที่เหมาะสม ไม่ตั้งอยู่ใกล้สถานที่ทิ้งขยะหรือสิ่งปฏิกูล

4.ช่องรับน้ำภายในตู้ต้องสะอาด มีฝาปิดมิดชิด ไม่เป็นคราบสกปรก ปราศจากฝุ่นละอองและคราบอื่นใด

5.หัวจ่ายน้ำต้องเป็นวัสดุที่เหมาะสม เช่น สแตนเลส ไม่ควรเป็นท่อพลาสติกหรือสายยาง และที่สำคัญต้องสะอาดไม่เป็นตะไคร่หรือมีสิ่งสกปรกบริเวณหัวจ่ายน้ำ

6.สี กลิ่นและรสชาติของน้ำ จะต้องไม่ผิดปกติจากที่เคยใช้เป็นประจำ

7.ด้านหน้าของตู้ต้องติดฉลากแสดงการแนะนำการใช้งาน รวมทั้งมีสติ๊กเกอร์การตรวจรับรองที่มีมาตรฐานที่น่าเชื่อถือ และต้องระบุชื่อผู้ตรวจ ชื่อบริษัท วันเวลาที่มาตรวจอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ หากประชาชนพบตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญที่ไม่มีคุณภาพ มีสภาพชำรุด หรือสงสัยว่าน้ำที่ได้จากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญนั้น ไม่สะอาดอาจมีการปนเปื้อนของเชื้อโรค สามารถแจ้งไปยังราชการส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ให้เข้ามาตรวจสอบและดูแลได้ เนื่องจากเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของราชการส่วนท้องถิ่นในการควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพตามกฎหมายการสาธารณสุข